Archive for the 'โลกนักธุรกิจ' Category

สรรพคุณของสมุนไพรไทยในการรักษาโรค

Yazan: admin | 17 October 2015 | Comments Off
Categories: โลกนักธุรกิจ

กับอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างปวดศีรษะ ปวดท้อง เจ็บคอ ไอ น้ำร้อนลวก มดกัด ยุงกัด ท้องเสีย ท้องอืด ฯลฯ หลายคนมักจะเลือกใช้ยาแผนปัจจุบัน โดยคิดว่าเป็นวิธีที่รวดเร็วทันใจดี แต่ลองชะเง้อมองซิว่า รอบ ๆ บ้านมีพืชสมุนไพรไทยอะไรปลูกอยู่หรือเปล่า เพราะพืชสมุนไพรเหล่านี้สามารถนำมาใช้รักษาอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ได้ผลชะงัดนักแล แถมบางชนิดยังสามารถรักษาโรคยอดฮิต อย่าง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็งได้ด้วย วันนี้ก็เลยขอหยิบสมุนไพรไทยที่คนรู้จักดี มาบอกเล่าเก้าสิบถึงสรรพคุณของมันให้ฟังกันอีกครั้ง ว่านหางจระเข้ ไม้ล้มลุกใบใหญ่หนาที่ทุกคนรู้จักกันดี แม้ถิ่นกำเนิดจะอยู่ไกลถึงฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน และแอฟริกา แต่ในประเทศไทยก็มีการปลูกว่านหางจระเข้อย่างแพร่หลาย ซึ่งในตำรับยาไทยก็ใช้ว่านหางจระเข้บำบัดอาการต่าง ๆ ได้มากมาย จนเป็นที่รู้จักว่า เป็นพืชอัศจรรย์ที่มีสรรพคุณสารพัดประโยชน์ โดย “วุ้นในใบสด” สามารถนำมาบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ แต่สรรพคุณเด่น ๆ ที่ทุกคนน่าจะรู้จักก็คือ นำมาพอกแผลน้ำร้อนลวก ไฟไหม้ แก้ปวดแสบปวดร้อน แผลเรื้อรัง รักษาผิวที่ถูกแดดเผา […]

ว่านรางจืด สมุนไพรที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งการถอนพิษ

Yazan: admin | 22 September 2015 | Comments Off
Categories: โลกนักธุรกิจ

สมุนไพรรางจืดที่เคยรู้จักกันถึงสรรพคุณช่วยในการถอนพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และขณะนี้ได้มีนักวิชาการทำวิจัยเพิ่มเติมในสรรพคุณของรางจืด จนทราบว่ารางจืดไม่เพียงแค่ถอนพิษหรือล้างพิษได้เท่านั้นแต่ยังสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แก้ไข้ รักษาโรคผิวหนัง แก้แพ้ ผื่นคัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด รักษาผู้ป่วยที่ติดยาเสพติด ต้านพิษตะกั่วต่อสมอง ต้านการก่อกลายพันธุ์ ฯลฯ สมุนไพรไทยที่เคยอยู่คู่กับการรักษาโรคของคนไทยโบราณ ได้นำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง และแล้วคนก็ต้องหันกลับมาพึ่งธรรมชาติที่เคยมี ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเราเอง รางจืดได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งการถอนพิษ เป็นสมุนไพรที่กระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ให้เกษตรกรหรือบุคคลทั่วไปเลือกใช้เพื่อใช้แก้พิษต่างๆ เช่น พิษจากยาฆ่าแมลง ยาเบื่อ สารตะกั่ว ฯลฯ ยิ่งเมื่ออยู่ในสถานที่ห่างไกลจากโรงพยาบาล การจะนำส่งแพทย์เพื่อรับการรักษาอาจจะต้องใช้ระยะเวลานาน จนอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ แต่ถ้ามีต้นรางจืดปลูกอยู่แถวบ้าน เราก็สามารถใช้ใบรางจืดที่ไม่แก่หรืออ่อนมากเกินไป หรือใช้รากที่มีอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป ในขนาดปริมาณเท่านิ้วชี้ มาใช้เพื่อรักษาบรรเทาอาการของพิษเฉพาะหน้าไปก่อน ก่อนที่จะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยานั้นก็ได้แก่ ใบ ราก และเถาสด รางจืดมีการใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนานในหมอยาพื้นบ้านในด้านการยาแก้พิษ ไม่ว่าจะเป็นพิษยาเบื่อ ยาสั่ง ยาฆ่าแมลง พืชพิษ เห็ดพิษ รวมไปถึงพิษสุราและยาเสพติด ไม่เว้นแม้แต่พิษงู แมลงป่องหรือตะขาบ ซึ่งสามารถนำไปใช้แก้พิษในสัตว์ที่ได้รับยาพิษเช่นสุนัขหรือแมว ในตำรายาไทยรวมทั้งตำรายาพื้นบ้านกล่าวว่า รากและเถา รับประทานแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ใบและราก ใช้ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้ […]

ฟักข้าว ประโยชน์ของพืชสมมุนไพรพื้นบ้านลูกจิ๋ว สรรพคุณแจ๋วในการรักษาโรค

Yazan: admin | 22 August 2015 | Comments Off
Categories: โลกนักธุรกิจ

ฟักข้าว เป็นพืชไม้เลื้อยอยู่ในวงศ์แตงกวาและมะระ มีชื่อสามัญว่า Spring Bitter Cucumber เป็นพืชที่ขึ้นตามรั้วบ้าน หรือตามต้นไม้ต่าง ๆ มีมือเกาะคล้ายกับตำลึง ใบเป็นรูปหัวใจคล้ายใบโพธิ์ ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก 3-5 แฉก ดอกจะมีสีขาวแกมเหลือง ตรงกลางมีสีน้ำตาลแกมม่วง ปัจุบันพบว่าเมล็ดของฟักข้าวประกอบด้วยโปรตีนหลายชนิดและมีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาที่หลากหลาย เช่น มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ในส่วนของผู้วิจัยเองพบว่าโปรตีนจากเมล็ดของฟักข้าวซึ่งได้แก่ cochinin A และ cochinin B มีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างโปรตีนภายในเซลล์โดยเฉพาะเซลล์มะเร็ง โปรตีนในเมล็ดฟักข้าวมีคุณสมบัติที่เรียกว่ายับยั้งการทำงานของไรโบโซม (Ribosome-inactivating proteins) ทำให้ไม่เกิดการสังเคราะห์ของโปรตีนภายในเซลล์ ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็งและเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส ผู้วิจัยได้ทำการจดสิทธิบัตรของโปรตีนในเมล็ดฟักข้าวไว้แล้ว และได้ตีพิมพ์ผลงานในวารสารในระดับนานาชาติ ผลของฟักข้าวรวมถึงเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดที่มีสีแดงสดมีคุณค่าทางโภชนาสูงผลฟักข้าวประกอบด้วย สารเบตาแคโรทีนสูงมาก มากกว่าแครอทถึง 10 เท่า นอกจากนี้ผลของฟักข้าวยังอุดมไปด้วยสารไลโคปีน และกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง มีการสกัดเอาสารสำคัญเหล่านี้เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำเครื่องสำอางสำหรับใช้บนใบหน้า เพื่อชะลอความเหี่ยวย่นบนใบหน้า เนื่องจากสารสำคัญเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง มีการใช้ประโยชน์ด้านคุณค่าทางโภชนาการของผลฟักข้าวในหลายประเทศในเอเชีย ที่ชัดเจนที่สุดได้แก่ในประเทศเวียดนาม ซึ่งคนเวียดนามได้ใช้ฟักข้าวเป็นองค์ประกอบในอาหารพื้นบ้านหลายชนิด เนื่องจากสีแดงที่สดใสของฟักข้าวและคุณค่าทางอาหาร นอกจากนี้นักวิจัยชาวเวียดนามได้ผสมเนื้อฟักข้าวลงในข้าวเพื่อให้เด็กนักเรียนชนบทที่ขาดวิตามินเอได้ทาน ผลการวิจัยพบว่าเด็กนักเรียนเหล่านี้หายจากอาการขาดวิตามินเออย่างน่าพึงพอใจ

นักวิจัยพบวิธีรักษาไวรัสเมอร์ส

Yazan: admin | 21 July 2015 | Comments Off
Categories: โลกนักธุรกิจ

เมอร์ส ได้แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในเกาหลีใต้ ล่าสุดนักวิจัยได้ค้นพบวิธีการรักษาไวรัสเมอร์ส ไวรัสนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 400 คนแล้วนับตั้งแต่ถูกพบครั้งแรกที่ซาอุดิอารเบียเมื่อ 3 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ และบริษัท Regeneron Pharmaceuticals ได้ค้นพบและยืนยันวิธีการรักษา 2 วิธีที่มีศักยภาพในการป้องกันและรักษาโรคร้ายนี้ได้ โดยโรคจากไวรัสตัวนี้ทำให้มนุษย์มีปัญหาที่ระบบทางเดินหายใจ และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว วิธีการดังกล่าวประสบความสำเร็จในการป้องกันและรักษาสัตว์ที่เป็นโรคไวรัสเมอร์สเป็นครั้งแรก แอนติบอดีทั้งสองตัวมีชื่อ REGN3051 และ REGN3048 มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนไวรัสให้อยู่ในสภาพที่เป็นกลาง ในงานวิจัยครั้งนี้ ได้มีการทำวิจัยร่วมกับบริษัท Regeneron Pharmaceuticals บริษัทผู้ผลิตยาที่มีสำนักงานอยู่ที่นครนิวยอร์ก โดยได้มีการใช้เทคโนโลยีหลายอย่างที่บริษัทเป็นเจ้าของ ในการค้นหาแอนติบอดีที่มีประสิทธิภาพในการต่อกรกับไวรัส ตลอดจนการยืนยันการค้นพบด้วย งานวิจัยชิ้นนี้ทำกับหนูที่ผ่านการดัดแปลงสายพันธุ์ ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจโรคและค้นหาวิธีการรักษาได้ง่ายขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เทคโนโลยี VelociGene ของบริษัท บริษัท Regeneron Pharmaceuticals ในการสร้างหนูที่ถูกดัดแปลงให้มีบางส่วนคล้ายมนุษย์ จนสามารถติดเชื้อไวรัสเมอร์สได้ ไวรัสเมอร์ส ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2012 ที่ซาอุดิอารเบีย และได้แพร่กระจายจากค้างคาว ไปสู่อูฐ และแพร่กระจายสู่คนในที่สุด นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าไวรัสชนิดนี้มีความคล้ายคลึงกับไวรัสซาร์ส ที่เป็นไวรัสมรณะที่ก่อให้เกิดโรคทางทางเดินหายใจจนเสียชีวิต ที่เป็นภัยคุกคามกับโลกเมื่อหลายปีก่อน การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในเกาหลีใต้นั้นเริ่มขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากมีนักท่องเที่ยวกลับจากซาอุดิอารเบีย […]

การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดการดื้อยา

Yazan: admin | 10 June 2015 | Comments Off
Categories: โลกนักธุรกิจ

ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) เป็นยาที่ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ยาปฏิชีวนะมีหลายชนิด เช่น เพนนิซิลลิน อะม็อกซีซิลลิน เตตร้าซัยคลิน เอซิทโทรมัยซิน ซิพโพรฟล็อกซาซิน โคทรัยม็อกซาโวล ซัลฟาคลินดามัยซิน แต่ละชนิดใช้รักษาแบคทีเรียต่างกัน กรณีที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ คือ อาการเจ็บคอ ที่มีไข้สูง โดยไม่มีอาการหวัดหรือไอ และอาการไม่ทุเลาลงหลังกินยาลดไข้พาราเซตามอล หรือมีไข้อยู่หลายวัน หรือเมื่อมีอาการเจ็บคอโดยไม่มีอาการอื่นๆร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อสเตร็ป ควรได้รับการรักษาด้วย ยาเพนิซิลลิน หากมีอาการไอมากจนรู้สึกเหนื่อยอาจเกิดจากการติดเชื้อไมโคพลาสมา ซึ่งรักษาได้ด้วยยาเตตร้าไซคลีน หรืออีริโทรไมซิน หากมีอาการหวัดเรื้อรัง น้ำมูกมีปริมาณมากและข้นเหลือง อาจเกิดจากไซนัสอักเสบ ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและเชื้อที่เป็นสาเหตุ และแนะนำยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมทั้งชนิด ขนาดและระยะเวลาที่ควรรักษาให้ กลไกการออกฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะมีกระบวนการทำลายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย โดยทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ซึ่งเป็นเยื่อบางๆที่หุ้มตัวเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้สมดุลในการดำรงชีวิตของเชื้อโรคเสียไปและตายในที่สุด ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ซึ่งเป็นผนังภายนอกสุดของเซลล์ที่ห่อหุ้มเยื่อหุ้มเซลล์อีกที ด้วยกลไกนี้จะทำให้เชื้อแบคทีเรียต่างๆไม่สามารถแพร่พันธุ์ จึงหยุดการเจริญเติบโต ก่อกวนการสังเคราะห์สารพันธุกรรมในตัวของเชื้อแบคทีเรีย สารพันธุกรรมที่เรามักคุ้นเคยกันเรียกว่า ดีเอนเอ (DNA) และอาร์เอนเอ (RNA) กลไกดังกล่าวจะทำให้เชื้อแบคทีเรียไม่สามารถผลิตลูกหลานออกมาทำอันตรายต่อร่างกายคนเราได้อีกต่อไป กระตุ้นให้เชื้อแบคทีเรียปลดปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อยตัวเองและตายลงในที่สุด การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นอาจเสี่ยงต่อการดื้อยาได้ ซึ่งมีรายงานการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิด เมื่อเชื้อเกิดการดื้อยาแล้ว ยาปฏิชีวนะชนิดนั้นก็จะใช้ไม่ได้ผลต่อผู้ป่วยคนนั้น ทำให้ผู้ป่วยต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดอื่นๆ ซึ่งมักจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่มีราคาค่าใช้จ่ายแพงยิ่งขึ้น ทั้งยังอาจมีอาการอันไม่พึงประสงค์หรือผลข้างเคียงได้รุนแรงหรือเกิดได้บ่อยกว่ายาเดิมอีกด้วย ในประเทศไทยมีการดื้อยาได้บ่อยและมากกว่าประเทศอื่นๆ […]